ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการถือครองแบบสิทธิการเช่า (Leasehold) และกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ (Freehold) ถือเป็นเรื่องสำคัญ โครงสร้างการถือครองแต่ละรูปแบบมีกรอบกฎหมาย ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกโครงสร้างที่เหมาะสมจึงมีผลโดยตรงต่อกลยุทธ์การลงทุนในระยะยาว.

ด้านล่างนี้คือภาพรวมของความแตกต่างที่สำคัญ เพื่อช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและมีข้อมูลครบถ้วน

การถือครองแบบสิทธิการเช่า (Leasehold) ในประเทศไทย

การถือครองแบบสิทธิการเช่า (Leasehold) เป็นรูปแบบการถือครองที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและได้รับการยอมรับตามกฎหมาย สำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย ภายใต้โครงสร้างนี้ ผู้ซื้อต่างชาติสามารถถือสิทธิในทรัพย์สินได้เต็ม 100% ผ่านสัญญาเช่าระยะยาว ขณะที่กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะถือครองโดยบริษัทไทยที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 100% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดจากการใช้ผู้ถือหุ้นตัวแทนหรือโครงสร้างนอมินี

สัญญาเช่ามีระยะเวลาเริ่มต้น 30 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 30 ปี ทำให้มีระยะเวลาการถือครองรวมสูงสุดได้ถึง 90 ปี นอกจากนี้ สิทธิการเช่ายังสามารถโอนให้บุคคลที่สามได้อย่างถูกต้อง โดยผู้รับโอนจะได้รับสัญญาเช่าฉบับใหม่ พร้อมเงื่อนไขการต่ออายุที่ตกลงไว้

ด้วยความยืดหยุ่น ความชัดเจนด้านกฎหมาย และศักยภาพในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า การถือครองแบบ Leasehold จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ

การถือครองกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ (Freehold) ในประเทศไทย

การถือครองกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ (Freehold) หมายถึงการเป็นเจ้าของทรัพย์สินอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎหมายไทย การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติจะถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 49% ของจำนวนยูนิตทั้งหมดในโครงการคอนโดมิเนียม เมื่อสัดส่วนดังกล่าวครบแล้ว ผู้ซื้อต่างชาติรายใหม่จำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างการถือครองในรูปแบบอื่น

สำหรับโครงการนี้ เฟสแรกเปิดเสนอขายในรูปแบบสิทธิการเช่า (Leasehold) เท่านั้น โดยในเฟสถัดไปอาจมีการเสนอขายยูนิตในรูปแบบกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและความพร้อมด้านกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่สามารถรับประกันความพร้อมของยูนิต Freehold ได้

การถือครองแบบ Freehold เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่มุ่งเน้นการอยู่อาศัยระยะยาว หรือผู้ที่ต้องการถือครองกรรมสิทธิ์อย่างถาวร ในกรณีที่กฎหมายเอื้ออำนวย

ทางเลือกไหนเหมาะกับคุณ

ทั้งการถือครองแบบสิทธิการเช่า (Leasehold) และกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ (Freehold) สามารถเป็นทางเลือกที่มั่นคงและน่าสนใจได้ หากมีการจัดโครงสร้างอย่างเหมาะสม การตัดสินใจเลือกขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน รูปแบบการใช้งาน และกลยุทธ์ในระยะยาวของคุณในประเทศไทย

ผู้ซื้อต่างชาติควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาว่าโครงสร้างการถือครองรูปแบบใดสอดคล้องกับความต้องการและแผนการลงทุนของตนมากที่สุด